คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
km-med@medicine.psu.ac.th
Good Practices

Innovative Gauze: Advancing Safety and Sustainability in Laparoscopic and Robotic Surgery “นวัตกรรมผ้าซับโลหิต: ยกระดับความปลอดภัยและความยั่งยืนในการผ่าตัดส่องกล้องและหุ่นยนต์”

ปี 2569   พว.ไพรสุดา บัวลอย   Good Practices   ยอดผู้เข้าชม 12 ครั้ง

ที่มาและปัญหา

แม้การผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จะเป็นมาตรฐานการรักษาที่ช่วยลดการบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วย แต่จากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริงในห้องผ่าตัดพบว่า การควบคุมเลือดออกในโพรงลึกหรือบริเวณที่เข้าถึงยากยังคงเป็นจุดเปราะบางที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยของผู้ป่วยและประสิทธิภาพของการผ่าตัด เนื่องจากอุปกรณ์ซับโลหิตมาตรฐาน เช่น ผ้าก๊อซขนาด 4×4 นิ้ว ไม่เหมาะสมต่อการใส่และนำออกผ่าน trocar ขนาดเล็ก ตัวอย่างเช่น ในการผ่าตัด Laparoscopic cholecystectomy (LC) บางกรณีจำเป็นต้องเปลี่ยน trocar จากขนาด 5 มิลลิเมตรเป็น 12 มิลลิเมตรเพื่อใส่ผ้าก๊อซ ส่งผลให้ต้องเพิ่มขนาดแผล ใช้ระยะเวลาการผ่าตัดมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ความยากลำบากในการใส่และนำผ้าซับโลหิตออกยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการตกค้างหรือสูญหายของผ้าก๊อซในช่องท้อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบบริการสุขภาพ ขณะเดียวกัน ในห้องผ่าตัดยังพบว่ามีผ้าก๊อซขนาด 4×4 นิ้วที่สะอาดและเหลือจากการใช้งานถูกทิ้งโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทั้งที่ยังคงมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานทางการแพทย์ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนช่องว่างสำคัญของระบบการดูแลผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างบูรณาการทั้งด้านความปลอดภัยผู้ป่วย ผลลัพธ์ทางคลินิก ต้นทุน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ซับโลหิตจากวัสดุที่มีอยู่จริงในหน้างาน ภายใต้แนวคิด“Innovative Gauze: Advancing safety and sustainability in laparoscopic and robotic surgery”เพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบ ลดความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ และยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรมทีมงานได้พัฒนาอุปกรณ์ซับโลหิตสำหรับการผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ได้แก่ Gauze tail และ Cigarette gauze แบบมีแถบทึบรังสี ซึ่งสามารถใส่และนำออกผ่าน trocar ขนาด 5 และ 12 มิลลิเมตรได้อย่างสะดวก ช่วยลดการเปลี่ยน port ลดการเพิ่มขนาดแผล และลดความเสี่ยงต่อการตกค้างหรือสูญหายของผ้าซับโลหิต นอกจากนี้ Cigarette gauze ยังสามารถใช้ช่วย traction ในการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง ช่วยให้การเลาะเนื้อเยื่อทำได้ง่าย แม่นยำ และควบคุมได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการผ่าตัดโดยรวม

วัตถุประสงค์

  • เพื่อยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย ลดความเสี่ยงการตกค้างของผ้าซับโลหิตในการผ่าตัดผ่านกล้องและหุ่นยนต์
  • เพื่อลดการเปลี่ยน trocar หลีกเลี่ยงการเพิ่มขนาดแผลที่ไม่จำเป็น และไม่เพิ่มการบาดเจ็บต่อผู้ป่วย
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ลดเวลา และเสริมการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น
  • เพื่อสร้างนวัตกรรมต้นทุนต่ำจากหน้างาน เพิ่มความคุ้มค่า และเสริมความยั่งยืนของระบบบริการสุขภาพ

 

เป้าหมายและผลที่คาดว่าจะได้รับ

ลูกค้า

ความต้องการหลัก/ความคาดหวัง

คุณลักษณะด้าน คุณภาพ

ดัชนีชี้ วัดคุณภาพ

ผู้ป่วยที่  รับการผ่าตัดส่องกล้อง / Robot

- ผู้ป่วยคาดหวังการผ่าตัดที่ปลอดภัย ลดการเสียเลือด แผลขนาดเล็ก และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

- การใช้อุปกรณ์ซับโลหิตที่เหมาะสมกับโพรงลึก เปลี่ยนใช้งานได้สะดวก ลดการเพิ่มขนาดแผล และป้องกันการตกค้างของผ้าซับโลหิตในแผลผ่าตัด

- อุบัติการณ์การตกค้างหรือสูญหายของผ้าซับโลหิต = 0

- ไม่ต้องเพิ่มขนาดแผลจากการเปลี่ยน trocar

บุคลากร

- บุคลากรต้องการอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และช่วยให้มองเห็นสนามผ่าตัดได้ชัดเจน

- อุปกรณ์ซับโลหิตสามารถผ่านเข้า–ออก trocar ได้สะดวก เปลี่ยนชิ้นใหม่ได้รวดเร็ว และใช้ช่วย traction ในบางหัตถการได้

- ระยะเวลาการผ่าตัดลดลงเมื่อเทียบก่อนดำเนินโครงการ

- ลดจำนวนครั้งของการเปลี่ยน trocar หรือเพิ่มขนาดแผล

- ความพึงพอใจของบุคลากรต่อการใช้อุปกรณ์ ≥ ระดับดีมาก

โรงพยาบาลอื่น

- ต้องการนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ปลอดภัย ช่วยลดต้นทุน

- นำไปปรับใช้งานได้จริง

 

- จำนวนหน่วยงานที่นำไปใช้หรือขยายผล

- ต้นทุนอุปกรณ์ลดลง - ได้รับการยอมรับเป็นแนวปฏิบัติที่ดี

แนวทางดำเนินงาน

วิธีการ/แนวทางการปฏิบัติจริง (PDCA) ในอดีต และที่ได้ปรับปรุงใหม่ในปัจจุบัน การพัฒนา Gauze tail สำหรับการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้หลัก ADDIE Model ร่วมกับ PDCA ดังนี้

1. การวิเคราะห์ปัญหา (A = Analysis) จากการปฏิบัติงานจริงในห้องผ่าตัด พบว่าการใช้ผ้าก๊อซทั่วไปขนาด 4×4 นิ้ว พับ 3 ทบ (รวม 12 ชั้น) ในการผ่าตัดผ่านกล้อง มีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การใส่และนำออกผ่าน trocar ขนาด 5 mm ทำได้ยาก จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น trocar ขนาด 12 mm หรือเพิ่มขนาดแผล ส่งผลให้ขั้นตอนการผ่าตัดซับซ้อนขึ้น ใช้เวลามากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการตกค้างของผ้าก๊อซในช่องท้อง ศัลยแพทย์จึงมีความต้องการอุปกรณ์ซับโลหิตที่ ใส่–นำออกได้ง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องเพิ่มขนาด trocar และไม่เพิ่มต้นทุน

2. การออกแบบ (D = Design) ทีมงานจึงออกแบบแนวคิด Gauze Tail โดยใช้วัสดุที่มีอยู่ภายในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ลดความเสี่ยง และยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วย ผ่านการพัฒนาแบบเป็นรอบ PDCA ครั้งที่ 1 เย็บมุมด้านสันพับของผ้าก๊อซขนาด 4×4 นิ้ว ด้วยเชือกไหม(silk no.0) ไว้เป็นที่ดึงออก ผลลัพธ์ ใส่ผ่าน trocar 12 mm ได้ แต่ดึงออกยาก เชือกมีโอกาสขาด ความพึงพอใจแพทย์ 10–15% PDCA ครั้งที่ 2 คลี่ผ้าก๊อซตามยาว พับครึ่งเป็นขนาด 4×6 นิ้ว (เหลือ 8 ชั้น) เย็บผูกเชือกตรงกลางสันพับ ผลลัพธ์ ใส่เข้าได้ดีขึ้น แต่ยังดึงออกไม่คล่อง ความพึงพอใจแพทย์ ประมาณ 30% PDCA ครั้งที่ 3 คลี่ผ้าก๊อซเป็นขนาด 4×12 นิ้ว (เหลือ 4 ชั้น) เย็บผูกเชือกที่กึ่งกลางปลายด้านหนึ่ง ผลลัพธ์ ใส่เข้าได้สะดวกขึ้น แต่การดึงออกยังมีข้อจำกัด ความพึงพอใจแพทย์: ประมาณ 50%

3. การพัฒนา (D = Development) นำผลการใช้งานจริงมาปรับปรุงต้นแบบอย่างต่อเนื่อง PDCA ครั้งที่ 4 ปรับตำแหน่งการเย็บผูกเชือกเป็นบริเวณ สันพับช่วงมุมปลาย ผลลัพธ์ ใส่เข้า–นำออกดีขึ้น แต่ยังไม่คล่องตัวที่สุด ความพึงพอใจแพทย์ ประมาณ 85% PDCA ครั้งที่ 5 (รูปแบบปัจจุบัน) ปรับตำแหน่งเย็บผูกเชือกให้อยู่บริเวณด้านที่พับมาชนกันช่วงมุมปลาย เพื่อป้องกันการคลี่ของผ้าก๊อซ ผลลัพธ์ ใส่เข้า–นำออกสะดวก ควบคุมง่าย ปลอดภัย ความพึงพอใจแพทย์ มากกว่า 95%

4. การนำไปใช้จริง (I = Implementation) ปัจจุบันเลือกใช้งาน Gauze Tail รูปแบบที่ผ่านการพัฒนาแล้ว โดยมีทั้งชนิดมีแถบทึบรังสีและชนิดไม่มีแถบทึบรังสี ขณะใช้งานใช้ clamp หนีบเชือกที่โผล่ออกมานอก trocar เพื่อป้องกันการสูญหาย เมื่อเลิกใช้งานสามารถดึงเชือกนำผ้าก๊อซออกจากช่องท้องได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยน trocar และไม่รบกวนขั้นตอนการผ่าตัด

5. การประเมินผล (E = Evaluation) มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องจากการใช้งานจริง พบว่า ความสะดวกในการใช้งานของศัลยแพทย์อยู่ในระดับสูง อุบัติการณ์ผ้าก๊อซตกค้าง = 0 ความพึงพอใจของทีมผ่าตัด มากกว่า 95% ไม่เพิ่มต้นทุน และสามารถผลิตใช้เองภายในหน่วยงาน ผลลัพธ์ที่ได้ถูกพัฒนาเป็น แนวปฏิบัติที่ดี และสามารถขยายผลสู่การผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ได้อย่าง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

ผลลัพธ์และการวัดผล

เป้าหมาย

การวัดผล

ผลลัพธ์

1. ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย ลดความเสี่ยงการตกค้างของผ้าซับโลหิต

- อัตราการเกิดเหตุการณ์ผ้าซับโลหิตตกค้าง/สูญหายต่อจำนวนเคสผ่าตัดผ่านกล้องและหุ่นยนต์

- จำนวน near miss ด้าน sponge count

 

Safety / Quality สามารถซับเลือดในบริเวณโพรงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเหตุการณ์เลือดบดบังภาพ ทำให้ทัศนวิสัยระหว่างผ่าตัดดีขึ้นมากกว่า 95% ไม่พบการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียงจากการมองเห็นไม่ชัด ลดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ด้านความปลอดภัย 100%

Patient Safety ไม่พบอุบัติการณ์ผ้าซับโลหิตตกค้าง = 0

2. ลดการเปลี่ยน trocar และหลีกเลี่ยงการเพิ่มขนาดแผลที่ไม่จำเป็น

- อัตราการเปลี่ยน trocar จาก 5 mm เป็น 12 mm ระหว่างผ่าตัด

- จำนวนเคสที่ต้องเพิ่มขนาดแผล

Delivery / Efficiency ลดการเปลี่ยน trocar และการเพิ่มขนาดแผล >90% ขั้นตอนการผ่าตัดราบรื่นขึ้น ระยะเวลาการผ่าตัดลดลง ลดการบาดเจ็บที่หลีกเลี่ยงได้ และลด Surgical trauma อย่างมีนัยสำคัญ

3. เพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และเสริม Teamwork

- ระยะเวลาผ่าตัดเฉลี่ย (เฉพาะขั้นตอนควบคุมเลือด) ประเมินความคล่องตัวในการใส่–นำออกผ้าก๊อซ

- คะแนนความพึงพอใจของศัลยแพทย์และพยาบาลต่อการใช้งานอุปกรณ์

Delivery / Morale

- ระยะเวลาการผ่าตัดลดลงอย่างต่อเนื่อง 15–30%

- ทีมผ่าตัดให้คะแนน “ใช้งานง่าย สะดวก” ≥95%

- การทำงานร่วมกันของทีมราบรื่นขึ้น

4. สร้างนวัตกรรมต้นทุนต่ำ เพิ่มความคุ้มค่า และความยั่งยืน

- ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ซับโลหิตต่อเคส

- สัดส่วนการใช้อุปกรณ์จากวัสดุในหน้างานเทียบกับอุปกรณ์นำเข้า

- ปริมาณขยะทางการแพทย์

คุ้มค่า ประหยัดจริง และยั่งยืน Cost / Environment / Sustainability

- ลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล >90%

- ลดการพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ

- ลดขยะทางการแพทย์ เพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ปัจจัยความสำเร็จ

Innovative Gauze: Advancing safety and sustainability in laparoscopic and robotic surgery “นวัตกรรมผ้าซับโลหิต: ยกระดับความปลอดภัยและความยั่งยืนในการผ่าตัดส่องกล้องและหุ่นยนต์”

1. Safer surgery เพิ่มทัศนวิสัย ลดเลือดบดบังภาพ และลดความเสี่ยง Retained surgical item มุ่งสู่ Zero RSI

2. Standardized & Reliable: ใช้แนวทางการทำงานแบบเดียวกันทุกทีม เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความแตกต่างในการทำงาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความผิดพลาด และสอดคล้องกับหลักการผ่าตัดปลอดภัย (Safe surgery) และแนวคิด High reliability organization (HRO)

3. Sustainable innovation ใช้งานได้จริงใน Laparoscopic และ Robotic surgery ลดทรัพยากรเกินจำเป็น และต่อยอด CQI อย่างยั่งยืน

บทเรียนที่ได้รับ

“นวัตกรรมที่ทรงพลังไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือราคาแพง แต่ต้องเริ่มจากปัญหาจริง ใช้งานได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ต่อความปลอดภัยผู้ป่วย ทีมผ่าตัด และระบบสุขภาพโดยรวม”

11.1 แผนหรือแนวทางการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องในอนาคต   ขยายและถ่ายทอดนวัตกรรมจากหน้างานสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรและเครือข่าย โดยบูรณาการเข้าสู่ระบบ CQI / HA / Patient safety goal พร้อมติดตามผลด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจนและต่อเนื่อง พัฒนามาตรฐานการใช้งาน (standardized practice) และ checklist เพื่อควบคุมความปลอดภัย ลดความแปรปรวนของการปฏิบัติ และป้องกันการตกค้างของผ้าซับโลหิตอย่างเป็นระบบ ต่อยอดการใช้งานสู่งานผ่าตัดผ่านกล้องและหุ่นยนต์ในหลากหลายสาขา เพื่อยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วยทั้งระบบอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้พัฒนานวัตกรรมจากผ้าก๊อซขนาด 4×4 นิ้ว เป็น Cigarette gauze ขนาดเล็ก–กลาง–ใหญ่ ทั้งแบบมีเชือกสำหรับดึงออกและแบบไม่มี และพัฒนา Gauze tail ขนาดเล็กที่สามารถใส่เข้า–นำออกผ่าน trocar ขนาด 5 มิลลิเมตรได้สะดวกเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการผ่าตัด ลดความเสี่ยงด้าน Patient safety และสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

11.2 จุดแข็ง (Strength) หรือ สิ่งที่ทำได้ดีในประเด็นที่นำเสนอ เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาจาก ปัญหาจริงในห้องผ่าตัด และตอบโจทย์การใช้งานทางคลินิกโดยตรง ใช้วัสดุที่มีอยู่ในหน่วยงาน เพิ่มคุณค่าโดยไม่เพิ่มความเสี่ยง ช่วยลดเหตุการณ์สำคัญที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น การตกค้างหรือสูญหายของผ้าซับโลหิต เห็นผลลัพธ์ชัดเจนครบทั้ง Safety, Quality, Cost และ Sustainability และที่สำคัญคือ ทีมแพทย์และพยาบาลยอมรับและใช้งานจริง เพราะใช้งานง่าย ไม่เพิ่มภาระงาน และช่วยให้การผ่าตัดราบรื่นขึ้น

11.3 กลยุทธ์/ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ ขับเคลื่อนนวัตกรรมจากปัญหาจริงในห้องผ่าตัดด้วยแนวคิด Bottom-up Innovation เริ่มจากการฟังปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งานจริงในห้องผ่าตัด และพัฒนาอย่างเป็นระบบด้วยวงจร PDCA ร่วมกับ ADDIE Model ผ่านการทดลอง ปรับปรุง ประเมินผลอย่างต่อเนื่องจนได้รูปแบบที่ใช้งานได้จริง ดำเนินงานแบบสหสาขาวิชาชีพ ระหว่างแพทย์ พยาบาล โดยยึดผลลัพธ์ที่วัดได้เป็นหลัก ทำให้เกิดการยอมรับในการใช้งานจริง และสามารถเชื่อมโยง ความปลอดภัยผู้ป่วย ความคุ้มค่า และความยั่งยืนขององค์กร ได้อย่างชัดเจน

11.4 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ระยะเริ่มต้นบุคลากรมีความกังวลด้านความปลอดภัยผู้ป่วย โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเกิด retained surgical item และความแตกต่างของวิธีปฏิบัติระหว่างทีมผ่าตัด ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัย แนวทางแก้ไข ดำเนินงานตามหลัก HA: Safe surgery และ Risk management โดยเริ่มทดลองใช้ในเคสจำกัด ควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด และเก็บผลลัพธ์จริงก่อนขยายผล จัดทำแนวปฏิบัติมาตรฐาน (Standardized practice) และ checklist พร้อมสอนหน้างาน เพื่อลดความแตกต่างในการปฏิบัติ ตามหลัก High reliability organization (HRO) ด้านการป้องกันผ้าซับโลหิตตกค้าง บูรณาการการนับผ้าซับโลหิต (Sponge Count) การใช้แถบทึบรังสี และระบบ CQI monitoring ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Patient safety: Zero retained surgical item การต่อยอดและความยั่งยืน เมื่อขยายการใช้งานในหลายเคสและหลายสาขา ได้ติดตามผลแบบ Outcome-based CQI และรับ Feedback อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

1. Ao X, Leng Y, Gan Y, Cheng Z, Lin H, Qiao L, et al. Gauze detection and segmentation in laparoscopic liver surgery: a multi-center study. Eur J Med Res. 2025;30:905. doi:10.1186/s40001-025-03190-2.

2. Williams MJ, et al. Automated deep learning model for estimating intraoperative blood loss using gauze images during laparoscopic surgery. Sci Rep. 2024;14:52524. doi:10.1038/s41598-024-52524-3.