ที่มาและปัญหา
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ที่ให้การรักษาโรคยากซับซ้อน ซึ่งในผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงมีการรักษาด้วยการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมดรวมถึงการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอออก ให้ยาเคมีบำบัดและการฉายรังสีร่วมกัน สถิติหอผู้ป่วยหู คอ จมูก ในปี 2565-2567 มีผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด จำนวน 21 ราย 15 ราย และ 23 ราย ตามลำดับ พยาบาลในหอผู้ป่วยหู คอ จมูก ต้องมีการพัฒนาความรู้และสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับโรค พยาธิสภาพของโรค แนวทางการรักษา การเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยและญาติตั้งแต่ก่อนผ่าตัด การดูแลระยะหลังผ่าตัด รวมถึงการป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดและเตรียมวางแผนจำหน่าย ตลอดจนวางแผนการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยรับการส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษามะเร็งกล่องเสียงที่ปฏิบัติอยู่ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คือ การรักษาโดยใช้รังสีรักษา การให้ยาเคมีบำบัด และการผ่าตัด หรือใช้การรักษาร่วมกันตามระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งการผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด (total laryngectomy) ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีผลกระทบด้านโภชนาการ การสื่อสาร ภาพลักษณ์ และด้านจิตใจ เช่น ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า แยกตัวจากสังคม เป็นต้น จากปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลง พยาบาลเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแล ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและญาติ ประสานงานกับแพทย์ผู้รักษาและบุคลากรทีมสุขภาพที่เกี่ยวข้องในการดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัด เพื่อส่งเสริมการหายของแผลผ่าตัด และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวและเผชิญกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปหลังผ่าตัด รวมถึงการเฝ้าระวังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด ตลอดจนการวางแผนจำหน่ายร่วมกับครอบครัวของผู้ป่วยเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น
จากประสบการณ์การปฏิบัติงานและการโทรติดตามอาการหลังจำหน่ายพบว่าผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความวิตกกังวลต่อการสูญเสียด้านภาพลักษณ์ การสื่อสารที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งพบว่าผู้ป่วยบางรายยังมีความรู้ในการปฏิบัติตัวยังไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของพยาบาลในการให้คำแนะนำและให้ผู้ป่วยและญาติฝึกปฏิบัติการดูแลตนเองหลังจำหน่ายจนเกิดความมั่นใจ และมีคุณภาพชีวิตตามอัตภาพของผู้ป่วยแต่ละราย จากปัญหาที่พบดังกล่าวทางทีม จึงตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียงออกทั้งหมด เพื่อให้การดูแลได้ตามมาตรฐานทางการพยาบาล ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และมีความพึงพอใจต่อการบริการที่ได้รับ จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับพยาบาลในการให้การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็ง กล่องเสียงออกทั้งหมด และเตรียมวางแผนการดูแลต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
-
เพื่อเป็นแนวทางสำหรับพยาบาลในการให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียง
-
เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดูแลตนเองได้ตามอัตภาพ
เป้าหมายและผลที่คาดว่าจะได้รับ
ผู้ป่วยได้รับการรักษาต่อเนื่องตามแผนการรักษา เพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ และเพิ่มศักยภาพ ความรู้ ความสามารถและทักษะของเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วย
แนวทางดำเนินงาน
|
Purpose |
PSU Model |
กิจกรรม (Design, Action, Learning, improvement, Integration, Innovation) (PDCA) |
|
ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงได้รับการรักษาตามแผนการรักษา ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องทั้งขณะอยู่โรงพยาบาล เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน และได้รับการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย
|
P =People Centeredness ศึกษาความต้องการ ความคาดหวังนำมาตอบสนองอย่างเหมาะสม เป็นองค์รวม พบว่าผู้ป่วยต้องการผ่าตัดให้เร็วที่สุด ปลอดภัย ต้องการใช้ชีวิตที่บ้านได้ตามอัตภาพหลังการผ่าตัด
|
Plan (Design): 1)ระบบบริหารจัดการเตียง : ระบบฝากแฟ้มล่วงหน้า ระบบการจองเตียงล่วงหน้า แนวปฏิบัติการเปิดเตียงเสริม ,2) ระบบปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง, 3) Lean process OR SDC: ลดวันนอน, 4) การประเมินกลุ่มเสี่ยงสูง ลำดับความสำคัญจำเป็นต้อง admit ร่วมกันในทีม และใช้การประเมินความเสี่ยงแรกรับตามแบบฟอร์มของฝ่ายฯ ,5) Early warning sign specific clinical risk , 6) แผนพัฒนาสมรรถนะพยาบาล (Individual development plan) DO (Action): 1) จัดทำแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยรายโรค, 2) มอบหมายงานตาม competency ของบุคลากร, 3)พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการดูแลผู้ป่วยกึ่งวิกฤต: In service training ในหน่วยงาน ดูงานใน ICU, อบรมการใช้อุปกรณ์ Respirator Monitor EKG , Infusion pump, Syringe pump 4) เตรียมเตียง, อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง Chack : 1)ควบคุมให้ปฏิบัติตามระบบบริหารจัดการเตียง และการประเมินความเสี่ยงแรกรับตามแบบฟอร์มของฝ่ายฯ , 2)ประเมิน competency พยาบาลโดยการทำข้อสอบ 5โรคหลัก & ควบคุม กำกับ,3)ระบบมอบหมายงาน Learning: การคัดกรองโรคร่วมไม่ครอบคลุมซึ่งมีความเสี่ยงต่อการผ่าตัด และcompetencyบุคลากร Act (Improvement) PDCA ครั้งที่ 1: จัดระบบการคัดกรองความเสี่ยงโดยทีมสหสาขา ได้แก่ การคัดกรองความเสี่ยงร่วมกับ OPD, การ screen ยา anticoagulant และโรคประจำตัว และมีระบบ consult แพทย์ต่างแผนกในโรคร่วม PDCA ครั้งที่ 2 : ทบทวนให้ความรู้แก่ทีมดูแล เป็นประจำทุกปี ,ระบบมอบหมายงานตาม competency (ประสบการณ์การทำงาน > 5 ปี) (กรณี TLG c gastric pull up) |
|
เป้าหมาย -ความปลอดภัยที่ดีขึ้น (Safety) -คุณภาพที่ดีขึ้น (Quality) |
S: Standard S: Science S: Service Excellence S: Sustainable S : Safety |
Plan (Design):1) แนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วย & สื่อการสอน รายโรค 2) EWS ตาม specific clinical risk รายโรค 3) แนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัด TLG 4) ระบบการลงทะเบียนสิทธิ์ผู้พิการทางการพูด 5) การดูแลช่องปากก่อนการฉายรังสี 6) กิจกรรม Self help group ร่วมกับครูฝึกพูด ชมรมผู้ไร้กล่องเสียง 7) ระบบ D/C Planning และระบบ Phone visit หลังจำหน่าย 8) ระบบสื่อการสอน เช่น หุ่นจำลอง แผ่นพับ วีดิทัศน์ภาษาไทย และภาษามลายู โดยคำนึงถึงพหุวัฒนธรรม และสมุดภาพสื่อสารภาษาไทย และภาษามลายู 10) นวัตกรรม Visual control ด้วยพลาสเตอร์แดง, ผ้าปิดstoma และการสื่อสาร และดูแลภาพลักษณ์ DO(Action): 1) การสื่อสาร การใช้แนวปฏิบัติ & จัดทำ template รายโรค 2) ให้การพยาบาลตามแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยรายโรค การป้องกันภาวะแทรกซ้อน3) จัดทำ หุ่นจำลองช่วยสอน ,วิดีทัศน์การให้อาหารทางสายยาง , แผ่นพับและ QR code สื่อการสอน ทั้งภาษาไทย และภาษามาลายู 4) พัฒนาการดูแลผู้ป่วยซับซ้อนที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย Check : นิเทศ กำกับติดตาม การปฏิบัติงาน และ Audit เวชระเบียน Learning : ครั้งที่ 1 ยังพบติดเชื้อแผลผ่าตัด,ครั้งที่ 2 ระบบการติดตามหลังจำหน่ายยังไม่ครอบคลุม Act (Improvement) :PDCA ครั้งที่ 1: การดูแลภาวะโภชนาการตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ระบบ oral hygiene care , PDCA ครั้งที่ 2 :ปรับระบบการประสานสถานพยาบาลใกล้บ้าน |
|
เป้าหมาย -การส่งมอบผลงานที่ดีขึ้น ( Delivery) -คุณธรรม จริยธรรมดีขึ้น (Ethics)
|
U = Unity Universal |
Plan (Design): 1) การวางแผนด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ (Tumor conference),2) พัฒนาระบบเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย*เครือข่าย “Southern Head & Neck Cancer” ทีมแพทย์และพยาบาลม 3)สร้างเสริมสุขภาพและฟื้นฟูร่วมกับทีม ชมรมผู้ไร้กล่องเสียง,4)การพิทักษ์สิทธิ์ให้ผู้รับบริการ โดยประสานงานกับหน่วยสิทธิประโยชน์ ในการลงทะเบียนสิทธิ์ผู้พิการทางการพูด ,5)ระบบ Phone visit หลังจำหน่าย DO (Action): 1) มีการทำงานเป็นทีมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ (โภชนาการ , รังสีรักษา , อายุรกรรม onco med , ทันตกรรม,สิทธิประโยชน์,นักกิจกรรมบำบัด , ชมรมฝึกพูด , หน่วยฝึกกลืน ศูนย์ Palliative care, 2)ประสานงานให้ผู้ป่วยเข้ากองทุนอาหารเสริม ,3 สื่อสารแนวทางปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยที่ทันสมัย(update trend in management of H&N cancer) ร่วมกับเครือข่าย, 4)จัดกิจกรรมโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับ OPD และสาขาวิชา Check : ติดตามผลการส่งต่อข้อมูลกับสถานพยาบาลใกล้บ้าน และจากการประชุมทีมเครือข่าย Learning: การส่งต่อไม่ครบถ้วน, การรอ investigate ของผู้ป่วยนาน Act Improvement:PDCAครั้งที่ 1: ปรับระบบการประสานสถานพยาบาลใกล้บ้าน PDCAครั้งที่ 2: ปรับระบบโดยการสร้าง networking สื่อสารแนวทางการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนส่งต่อ เช่น lab ชิ้นเนื้อ CT scan ทันตกรรม PDCA ครั้งที่ 3: พัฒนาแบบฟอร์มในการส่งต่อข้อมูลร่วมกับทีมเครือข่าย PDCA ครั้งที่ 4 :ปรับช่องทางการสื่อสาร ส่งต่อข้อมูลสถานพยาบาลใกล้ และทีมเครือข่าย |
งบประมาณที่ใช้ในการจัดโครงการ –กิจกรรม : ไม่มี
ผลลัพธ์และการวัดผล
|
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ |
การวิเคราะห์ผลลัพธ์ตามตัวชี้วัดที่สำคัญ(PDCA) |
|
|
ในปี 2564 การติดเชื้อของแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้น จากการทบทวนในทีมพบว่า การคัดเลือก case ที่นำมาผ่าตัดบางรายมีความเสี่ยงสูงที่มีโอกาสการติดเชื้อ เช่น ผ่านการฉายแสงมาก่อน หรือความเสี่ยงจากมีโรคประจำตัวเดิม ภาวะMalnutrition จึงมีโอกาสพัฒนาในด้าน1)Criteria ในการเลือก case ผ่าตัด 2)การดูแลด้าน Nutrition ก่อนผ่าตัด 3)การ consult ทีมที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมโรคประจำตัว |
|
|
ยังไม่พบอุบัติการณ์สาย NG tube เลื่อนหลุด โดยทีมมีการประเมินกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุซึ่งมีภาวะหลงลืม ดูแลจัดการความปวด และนำนวัตกรรมถุงมือป้องกันดึงสายในกลุ่มเสี่ยงสูงโดยให้ข้อมูลกับผู้ป่วยและญาติถึงความจำเป็น |
|
|
ผู้ป่วยและญาติได้รับความรู้และฝึกทักษะการดูแลตนเอง มีการสาธิตและฝึกทักษะการปฏิบัติก่อนจำหน่ายโดยใช้สื่อการสอน ได้แก่ แผ่นพับ หุ่นจำลอง วิดีโอ และฝึกกับผู้ป่วยจริง จนมีความสามารถในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องพร้อมจำหน่ายได้ตามเป้าหมาย |
|
|
หอผู้ป่วยมีแนวทางในการป้องกัน โดย 1)สอน ฝึกปฏิบัติจนมั่นใจก่อนจำหน่าย 2)เพิ่มระบบการ Phone visit จากเดิม 1 ครั้ง เป็น 2 ครั้ง คือ 48 ชม. และ 2สัปดาห์ หลังจำหน่าย 3)ประสานและส่งใบการดูแล ต่อเนื่องให้สถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อติดตามการดูแล4)พัฒนาสื่อการสอนแผ่นพับ และวิดีโอในรูปแบบ QR code เพื่อให้ care giver สะดวกในการทบทวน |
|
|
การออกแบบการให้ข้อมูลตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด ทั้ง 4 ด้าน คือ 1)ด้านสุขภาพกาย ให้ข้อมูลในเรื่องที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น สภาพร่างกายหลังการผ่าตัด 2)ด้านจิตใจ ให้ข้อมูล เช่น การดูแลด้านภาพลักษณ์ ได้แก่ การใช้ผ้าปิด stoma 3)ด้านสัมพันธภาพทางสังคม แนะนำการเข้าชมรมผู้ไร้กล่องเสียงเพื่อฝึกพูด 4)ด้านสิ่งแวดล้อม การหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่ชุมชนแออัดมีฝุ่นละออง การใช้ผ้าบางๆ ปิดบริเวณ stoma |
|
|
ทางทีมมีแนวทางในการพัฒนาหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย โดย 1)ประสานครูฝึกชมรมผู้ไร้กล่องเสียง,2)แนะนำ และเตรียมความพร้อมผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนก่อนจำหน่าย,3)ติดตามการเข้าชมรมโดย CNS และพยาบาลสาขาวิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
|
ปัจจัยความสำเร็จ
การให้บริการที่เป็นเลิศ โดยการทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ดูแลแบบองค์รวม มีการจัดตั้งทีมในการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยในทีม PCT สาขาวิชาโสต ศอ นาสิก วิทยา ซึ่งประกอบไปด้วย พยาบาลวิชาชีพ แพทย์เฉพาะทาง โสต ศอ นาสิกแพทย์ อายุรแพทย์ รังสีแพทย์ ทันตแพทย์ หน่วยชีวันตาภิบาล นักโภชนาการ หน่วยสิทธิประโยชน์ กายภาพบำบัด นักฝึกพูด เป็นต้น โดยมีการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับจนกระทั่งจำหน่าย และดูแลต่อเนื่องตลอดการรักษา มีการแรกรับร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ มีแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด และมีระบบดูแล ติดตาม ให้ข้อมูล เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมดอยู่ในระดับดี
บทเรียนที่ได้รับ
-
แผนหรือแนวทางการพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต : ขยายแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด มาปรับใช้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมกำกับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
-
จุดแข็ง (Strength): ทีมนำและทีมทำงานที่เข้มแข็ง มอบหมายงานชัดเจน ครอบคลุมทุกสหสาขาวิชาชีพ มีระบบสนับสนุนด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ที่เอื้อในการพัฒนาและดูแลผู้ป่วย มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ในการส่งต่อประสานงาน และมีสัมพันธภาพที่ดี พัฒนาสมรรถนะบุคลากรครอบคลุมทุกระดับ
-
กลยุทธ์ หรือปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ :การให้บริการที่เป็นเลิศ ประเด็นสำคัญ คือ การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียงออกทั้งหมด ทำให้การดูแลได้ตามมาตรฐานทางการพยาบาล ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เตรียมวางแผนการดูแลต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมองค์รวม ทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น ตามอัตถภาพ
-
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข : 1)การให้ข้อมูลผู้ป่วยของบุคลากรยังไม่เป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน แนวทางแก้ไข คือ จัดทำสื่อการสอนที่หลากหลาย ได้แก่แผ่นพับ หุ่นสอน และ วีดิทัศน์สำหรับผู้ป่วยผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด และปรับให้สอดคล้องกับพหุวัฒนธรรม 2) การรอ investigate ขอผู้ป่วยนาน ล่าช้าจากการ PDCA พบว่า รอผลชิ้นเนื้อ รอ CT scan เป็นต้น แนวทางการแก้ไข คือ ปรับระบบโดยการสร้าง networking สื่อสารแนวทางการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนส่งต่อ เช่น lab ชิ้นเนื้อ CT scan ทันตกรรม เป็นต้น 3)การเก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตยังไม่ครอบคลุม ตลอดการรักษา แนวทางแก้ไข คือ ออกแบบการเก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตตั้งแต่เริ่มการรักษา จนกระทั่งเสร็จสิ้นการรักษา เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบในการให้ข้อมูลเพื่อให้คุณภาพชีวิติผู้ป่วยอยู่ในระดับดี
เอกสารอ้างอิง
1. ธนเดช เดชาพันธ์กุล. มะเร็งกล่องเสียง. ใน: วิฑูร ลีเกริกก้อง, วันดี ไข่มุกด์, กรองทอง
วงศ์ศรีตรัง, บรรณาธิการ. ตำราหู คอ จมูก : ENT Text book. กรุงเทพฯ: สหมิตรพัฒนาการ
พิมพ์; 2559. หน้า 281-286.
2. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์. งานเวชระเบียน. หน่วยเวชสถิติ. จำนวนผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียง พ.ศ. 2560-2562. สงขลา: โรงพยาบาล; 2562.
3. ศรีสุนทรา เจิมวรพิพัฒน์. การพยาบาลหู คอ จมูก. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส; 2555.
4. ผกาภรณ์ พินิจจันทรานุกูล. การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ได้รับการผ่าตัดเอากล่องเสียงออกทั้งหมดและการเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอออกทั้งหมด : กรณีศึกษา 3 ราย.ว.โรงพยาบาลมหาสารคาม 2559; 13:88-102.